บทที่ 4 4 ถูกทิ้งไว้กลางทาง

“ถ้าคิดจะอัปเกรดตัวเองด้วยวิธีนี้... ก็จำไว้ด้วยว่าเงินของผม มันไม่ได้มาง่าย ๆ” น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู ก่อนที่เขาจะกระชากร่างบางให้ถอยร่นไปจนชิดขอบเตียงกว้าง

อังคณาใจหายวาบ ลมหายใจติดขัดเมื่อตระหนักได้ว่า ตัวเองกำลังเอาชีวิตเข้าแลกกับเกมอารมณ์ที่เธอไม่มีวันเป็นผู้ควบคุมได้เลย... ริมฝีปากที่ทาบลงมานั้นดุดันและไร้ความปรานี มันไม่ใช่จูบเพื่อความรัก แต่เป็นจูบเพื่อแสดงอำนาจและการตีตราเยาะหยัน อังคณาเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ขนลุกซู่ไปทั้งร่างเมื่อความจริงอันโหดร้ายกระแทกเข้าใส่ เธอพยายามจะเม้มปากแน่นเพื่อต่อต้าน แต่แรงบีบที่ปลายคางจากมือหนากลับทวีความรุนแรงบังคับให้เธอต้องโอนอ่อนตามอย่างเลี่ยงไม่ได้

รสจูบของภาคินทร์ร้อนรุ่มและเต็มไปด้วยความกระหายคุกคาม เขารุกรานอย่างย่ามใจราวกับจะสูบเอาวิญญาณและศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของเธอให้หมดสิ้นไปในคราวเดียว

ในความมืดมิดเบื้องหลังเปลือกตาที่ปิดลงอีกครั้ง ภาพของ ‘บีม’ ที่สวมกอดกับผู้หญิงคนอื่นแล่นเข้ามาในหัว... ความเจ็บปวดเจียนตายในตอนนั้นแปรเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันให้อังคณาข่มความกลัวเอาไว้ เธอเลิกขัดขืน และยอมปล่อยให้ร่างหนาบดเบียดเข้าหา แม้ว่าหยาดน้ำตาเม็ดเล็กจะค่อย ๆ ไหลซึมออกมาจากหางตาช้า ๆ โดยที่เขาไม่มีวันสังเกตเห็นก็ตาม

สายชุดเดรสเส้นเล็กถูกเลื่อนหลุดจากไหล่มน ริมฝีปากร้อนชื้นเลื่อนตามมา สัมผัสจาบจ้วงร้อนผ่าวที่ซุกไซ้ลงมาตามลาดไหล่และไหปลาร้าทำให้อังคณาหนาวสะท้านไปทั้งร่าง ร่างกายของเธอเกร็งแน่นโดยอัตโนมัติ ทุกรอยขบเม้มที่เขาฝากไว้ตอกย้ำความจริงที่ว่าเธออุทิศเรือนร่างนี้ให้คนแปลกหน้าเพื่อแลกกับเศษเสี้ยวของความสะใจ

ภาคินทร์ไม่ได้ออมแรงเลยสักนิด รสนิยมที่เขาว่า ‘ไม่ธรรมดา’ เริ่มฉายแววชัดเจนผ่านน้ำหนักมือและแรงกดจูบที่เกือบจะกลายเป็นการทำร้าย ทว่าสำหรับอังคณาในเวลานี้ ความเจ็บปวดทางกายกลับกลายเป็นยากล่อมประสาทที่ช่วยชาความรู้สึกผิดชอบชั่วดี

เธอเบือนหน้าหนี มองฝ่าความสลัวของห้องพักไปยังเพดานห้องที่ว่างเปล่า ปล่อยให้สายเดรสตัวสวยเลื่อนหลุดลงไปกองที่ต้นแขนอย่างไร้ทางขัดขืน ในหัวใจที่ด้านชาแอบหวังลึก ๆ ว่า ความพินาศย่อยยับของเธอในคืนนี้ จะกลายเป็นตราบาปที่กรีดลึกเข้าไปในใจของบีม... ให้สาสมกับที่เขาทำลายชีวิตเธอจนไม่เหลือชิ้นดี

อื้อ เสียงเครางเบา ๆ ดังออกมาจากริมฝีปากบาง อังคณากำลังตกอยู่ในห้วงเสน่หาที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความรู้สึกของเธอตอนนี้ราวกับตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในอากาศ แต่แล้วเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของเธอก็ดึงสติ ใช้แรงที่มีผลักอกแกร่งออกไปอย่างแรง ชายหนุ่มตวัดสายตาดุมองอย่างไม่สบอารมณ์และไม่เข้าใจว่าเธอต้องการอะไร

“เป็นอะไร?” ชายหนุ่มถามเสียงห้วนสั้น

อังคณาพยายามควบคุมลมหายใจที่หอบกระชั้น ร่างกายยังคงสั่นสะท้านด้วยกระแสอารมณ์ที่เพิ่งถูกขัดจังหวะ เธอรีบดึงสายชุดเดรสที่หลุดลุ่ยขึ้นมาพาดบ่าอย่างลนลาน สายตาเหลือบไปมองหน้าจอโทรศัพท์ที่กำลังสั่นครืดคราดอยู่บนโต๊ะหัวเตียง...

บีม....ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้น้ำแข็งแล่นปราดเข้าจับที่หัวใจ สติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมาในทันที

“โทรศัพท์... โทรศัพท์ของฉันดังค่ะ” เธอตอบเสียงสั่น พลางใช้มือยันฟูกที่นอนเพื่อพยุงตัวลุกขึ้นห่างจากเขา

ภาคินทร์จ้องมองท่าทางลนลานนั้นด้วยแววตาหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ความกรุ่นโกรธที่ถูกขัดจังหวะกลางคันทำให้บรรยากาศรอบตัวเขาดูน่ากลัวขึ้นมาอีกเท่าตัว เขาแค่นยิ้มเย็นชาพลางขยับลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง กอดอกมองเธอด้วยสายตาจับผิด

“สำคัญมากขนาดที่ต้องหยุดกลางคันเลยงั้นเหรอ?” น้ำเสียงทุ้มต่ำประชดชัน “รับสิ... ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครที่มันกล้าขัดจังหวะเวลาของผม”

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักชั่วขณะหลังจากเสียงตัดสายสิ้นสุดลง ทิ้งไว้เพียงเสียงสั่นระรัวของก้อนเนื้อในอกซ้ายของอังคณา

ชื่อของ ‘บีม’ บนหน้าจอมันเหมือนหยดน้ำที่ตกลงบนกองไฟที่กำลังมอดไหม้ ศักดิ์ศรีที่เธอคิดว่ายอมทิ้งได้เพื่อความแค้น พังทลายลงไม่เป็นท่าเพียงเพราะสายเดียวจากผู้ชายคนนั้น ในใจเธอเกลียดตัวเองที่อ่อนแอ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอยังรัก ยังโหยหา และพร้อมจะโยนความเจ็บปวดทั้งหมดทิ้งไป หากนั่นหมายถึงการได้เขากลับคืนมา

“ฉะ ฉันไม่ทำแล้ว ฉันขอยกเลิกค่ะ”

“หา? ง่ายแบบนี้เลยเหรอ ให้ตายเถอะ” ภาคินทร์สบถคำหยาบออกมาเมื่อเจอผู้หญิงปฏิเสธตนเองกลางคัน

“.........” เธอเลือกที่จะเงียบ หลุบสายตาลงต่ำไม่พร้อมที่จะสบสายตาดุของชายแปลกหน้า

ตัวตนของเขาแข็งชันแทบทะลุกางเกงออกมาได้ แค่เห็นเพียงภายนอกหัวใจดวงน้อยก็เต้นโครมครามระคนนึกกลัว

“หึ เอาเถอะ ผมเคารพในการตัดสินใจของคุณ เชิญ” เขาบอกพลางผายมือไปที่ประตู “ครั้งหน้าผมไม่ยอมแน่”

อังคณาเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา แววตาของภาคินทร์ยังคงฉายความหงุดหงิดระคนกรุ่นโกรธอย่างปิดไม่มิด ทว่าคำพูดที่แสดงความเคารพในการตัดสินใจของเธอกลับทำให้อังคณารู้สึกราวกับยกภูเขาออกจากอก

“ขะ... ขอบคุณค่ะ” เธอละล่ำละลักบอกเสียงสั่น รีบคว้ากระเป๋าและโทรศัพท์มือถือแนบเข้ากับอก

ร่างบางขยับกายลุกจากเตียงแล้วพุ่งตรงไปยังประตูห้องทันที มือบางบิดลูกบิดเปิดออกกว้างโดยไม่หันกลับไปมองข้างหลังอีก เธอพาตัวเองก้าวออกมาจากสถานการณ์เฉียดฉิวได้อย่างหวุดหวิด ลมหายใจอุ่นที่เคยรดรินอยู่ตรงซอกคอถูกแทนที่ด้วยอากาศเย็นเฉียบของทางเดินภายนอก เมื่อประตูห้องพักปิดลง... อังคณารีบยกมือขึ้นกุมหน้าอกที่ยังคงเต้นรัวเป็นกลองรบ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป